App.skipToContent

คุณกำลังมองหาอะไร?

กา

การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านงานอำนวยการระหว่างสำนักส่งเสริมสุขภาพ และสำนักอนามัยเจริญพันธุ์ บริบท ปัญหา และแนวทางการบริหารจัดการภาพรวม

กรมอนามัย พร้อมให้ข้อมูลข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับคุณ

15.10.2568
7
0
แชร์
15
ตุลาคม
2568

 

การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านงานอำนวยการระหว่างสำนักส่งเสริมสุขภาพ

และสำนักอนามัยเจริญพันธุ์ บริบท ปัญหา และแนวทางการบริหารจัดการภาพรวม

 

 

          เมื่อวันอังคารที่ 14 ตุลาคม 2568 แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ มอบหมายให้ ทันตแพทย์หญิงศิรดา เล็กอุทัย ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้ากลุ่มสนับสนุนการวิจัยนวัตกรรม และสื่อสารประชาสัมพันธ์ โดยมีนายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านงานอำนวยการระหว่างสำนักส่งเสริมสุขภาพ และสำนักอนามัยเจริญพันธุ์ บริบท ปัญหา และแนวทางการบริหารจัดการภาพรวม ณ ห้องประชุมนรพัฒน์ สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ อาคาร 2 ชั้น 3 กรมอนามัย

วัตถุประสงค์และการเปิดการประชุม

          การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และซักถามปัญสำนักส่งเสริมประสบในงานอำนวยการ ซึ่งครอบคลุมงานสารบรรณ, งานการเจ้าหน้าที่ , งานการเงิน, งานพัสดุ และงานยานพาหนะ

          โดยสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ ได้รับเกียรติเป็นผู้แบ่งปันประสบการณ์ เนื่องจากสำนักงานรองอธิบดีรับทราบว่าสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์สามารถปฏิบัติภารกิจงานอำนวยการได้อย่าง "ยอดเยี่ยม" หรือเป็น Best Practice ของกรมอนามัยในเรื่องงานสารบรรณที่ดี

          ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย กลุ่มอำนวยการและผู้รับผิดชอบงานอำนวยการของสำนักส่งเสริมสุขภาพ, คณะกรรมการบริหารของสำนักส่งเสริมสุขภาพ, และตัวแทนจากสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ โดยได้รับเกียรติจาก

 

          นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย เน้นย้ำนักส่งเสริมสุขภาพ ควรทบทวนกระบวนการทำงานและปรับปรุงประสิทธิภาพให้มีมากขึ้น ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากท่านรองอธิบดีกรมอนามัย

ปัญหาและจุดที่ สำนักส่งเสริมสุขภาพ ควรปรับปรุง ดังนี้: 

          1. การบริหารจัดการเรื่องบัญชีและแผนงานโครงกการ : สำนักส่งเสริมสุขภาพมีปัญหาในการบริหารจัดการเรื่องของบัญชีในการบริหารจัดการแผนงานโครงการ

          2. ความแตกต่างของราคา: เวลาจัดประชุมหรืออีเวนต์ที่ผ่านมา ราคาที่เสนอใน TOR และราคา กลาง มีความแตกต่างกันมากเกินไป

          3. การพัฒนาบุคลากร: ควรเติมเต็มและจัดการเกี่ยวกับการฝึกอบรม โดยเฉพาะการนำกรณีเก่า ๆ มาศึกษาเพื่อดูว่ามีข้อผิดพลาดร่วม อะไรบ้าง

          4. ระบบควบคุมภายใน (Internal Control): ควรกำหนดจัดทำ "ระบบควบคุมภายใน" สำหรับงานต่าง ๆ ให้เรียบร้อย และต้องมี "ระบบการกำกับติดตาม" ระบบนั้นด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนามาตรฐานของสำนัก

          5. การทำงานร่วมกัน: งานอำนวยการต้องอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มวิชาการ (คัสเตอร์วิชาการ) ให้สามารถทำงานทางวิชาการได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่น

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้: แนวทางปฏิบัติของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์  ในงานการเงินและพัสดุ

          งานการเงิน (Financial Management) และการเบิกจ่ายสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อำนวยการเพียง 12-13 คน ได้เน้นมาตรการที่ช่วยลดปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพ:

  • การแจ้งแนวทางปฏิบัติ: ทุกต้นปีงบประมาณจะมีการแจ้งแนวทางปฏิบัติการเบิกจ่ายและหลักฐานที่ต้องใช้
  • นโยบายการจ่ายเงินที่เข้มงวด: "หลักฐานไม่ครบ เราไม่จ่าย" นโยบายนี้ถูกนำมาใช้แม้กระทั่งกับวิทยากร โดยให้เหตุผลว่า เมื่อใดที่ผู้เบิกยังไม่ได้รับเงิน พวกเขาจะดิ้นรนนำหลักฐานมาส่งอย่างรวดเร็ว (ซึ่งต่างจากในอดีตที่จ่ายก่อนแล้วต้องรอหลักฐานนาน 2-3 เดือน)
  • การกำหนดระยะเวลา: กำหนดวันที่ชัดเจนในการส่งเอกสารสำคัญ เช่น ค่าเช่าบ้าน หรือค่าตอบแทนแพทย์ (ส่งภายในวันที่ 5, วางฎีกาวันที่ 10) เพื่อให้กองคลังได้รับภายในวันที่ 15

          การบริหารจัดการงบประมาณ

  • การกระทบยอดรายเดือน: สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ จะกระทบยอดเงินงบประมาณกับกองคลังทุกสิ้นเดือน เพื่อดูว่ามีการคลาดเคลื่อนจากรายการที่อยู่ระหว่างทางหรือไม่
  • การติดตามแผน: กระทบยอดกับกลุ่มบริหารยุทธศาสตร์ เพื่อตรวจสอบว่าการเบิกจ่ายสอดคล้องกับแผนที่วางไว้ในระบบ DOC หรือไม่
  • การปรับแผน: หากโครงการใดเบิกจ่ายไม่ได้ตามเป้า จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการวางแผน ติดตาม ประเมินผล (กวป.) เพื่อพิจารณาปรับแผนหรือสลับงบประมาณให้โครงการอื่นที่พร้อมทำก่อน เพื่อให้การเบิกจ่ายโดยรวมเป็นไปตามเป้าหมาย
  • ความโปร่งใส: ทุกสิ้นเดือน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ จะสรุปยอดการเบิกจ่ายและเงินคงเหลือของแต่ละโครงการ แล้วแจ้งเวียนผ่าน Line และเว็บไซต์ของหน่วยงาน

 

          แนวทางปฏิบัติเฉพาะด้าน และประเด็นปัญหาที่สำคัญ 

มาตรการเบิกจ่ายค่าพาหนะแท็กซี่

          (กรณีศึกษา) ปัญหานี้เป็น "ปัญหาที่เจอประจำ" ซึ่ง สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ เคยถูก สตง. ทักท้วงเรื่องค่าแท็กซี่ที่สูงเกินเหตุในโซนลาดพร้าวเมื่อหลายปีก่อน

  • การกำหนดอัตรา: สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ ได้ทำมาตรการนี้มาเกือบ 10 ปี โดยกำหนดค่าแท็กซี่เป็นโซนและเป็นอัตราตายตัว โดยคำนวณจากระยะทาง (ใช้ Google Maps หรือแอปคำนวณ) บวกเผื่อค่ารถติด (เช่น โซนรอบกรม ให้ไม่เกิน 450 บาท)
  • การใช้จริงสูงกว่า: หากมีการนั่งจริงและเกินจากอัตราที่กำหนด (เช่น ไปสนามบินแล้วรถติด ฝนตก) ต้องมีหลักฐานชัดเจน (เช่น ถ่ายหน้ามิเตอร์) และให้ผู้เบิกรองรับด้วยตนเอง จึงจะเบิกเกินกว่าที่กำหนดให้
  • การเปรียบเทียบกับ สำนักส่งเสริมสุขภาพ:สำนักส่งเสริมสุขภาพ มีแนวทางคล้ายกันคือการกำหนดเพดาน (เช่น 100-150 บาท สำหรับพื้นที่ใกล้เคียง) แต่หากเบิกเกินกว่าเพดานต้องหมายเหตุและรับรองตัวเองในแบบ บก. 1

ปัญหาเรื่องการพันขั้วเช็ค

  • ปัญหาที่ถูกท้วง: หน่วยตรวจสอบภายในมักท้วงเรื่องการขีดปิดขั้วเช็คไม่ตรงกับวันที่เงินเข้าบัญชี
  • ความย้อนแย้งในระเบียบ: สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์พบว่าเงินอาจเข้าบัญชีล่าช้า (เช่น 18:00 น.) ซึ่งโดยหลักการแล้วสามารถลงบัญชีในวันทำการถัดไปได้หากรับเงินหลัง 15:30 น. แต่หน่วยตรวจสอบฯ มักต้องการให้ลงในวันนั้น
  • การชี้แจง: กรมบัญชีกลางชี้แจงว่าระเบียบไม่ได้กำหนดเรื่องการขีดปิดขั้วเช็ค (มีแต่เรื่องการเขียนเช็ค) แต่ขั้วเช็คเป็นเพียงการเตือนความจำว่าเงินเหลือพอจ่ายหรือไม่ประเด็นนี้ถือเป็นความย้อนแย้งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

งานพัสดุและการควบคุมสินทรัพย์

  • การจัดการหมึกพิมพ์: สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์เคยถูกท้วงเรื่องหมึกพิมพ์หมดอายุในคลัง แนวทางแก้ไขคือ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานความเคลื่อนไหวของหมึกพิมพ์ทุกเดือน รวมถึงวันหมดอายุ เพื่อติดตามว่าหมึกถูกใช้หรือไม่ และเครื่องปริ้นเตอร์ที่เกี่ยวข้องยังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่
  • การควบคุมครุภัณฑ์: มีการจัดทำ ทะเบียนสินทรัพย์แยกรายกลุ่มงาน ทุกฝ่ายต้องทำบัญชีย่อยคุมของตนเอง และต้องรายงานความเคลื่อนไหว (เปลี่ยนมือ, ชำรุด) ทุกไตรมาส (3 เดือน)
  • ประโยชน์: ทำให้การควบคุมทำได้ดีและทราบสถานะสินทรัพย์ (เช่น โน้ตบุ๊ก) หากทรัพย์สินไม่ใช้แล้ว (แม้จะยังใช้ได้) ก็สามารถทำเรื่องตัดโอนได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้เสีย
  • ปัญหาเรื่องข้อมูลไม่ตรง: ปัญหาหลักที่พบคือ เมื่อมีการจำหน่ายพัสดุออกไปจากทะเบียน สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ ได้ส่งเรื่องให้กองคลัง แต่กองคลังไม่ได้ตัดรายการในระบบ ทำให้เกิดปัญหาว่ามีรายการในระบบ แต่ไม่มีของจริง (ของไม่เจอ) เมื่อถูกตรวจสอบ

งานธุรการและสารบรรณ

  • การควบคุมเอกสารทางการเงิน: หัวหน้าอำนวยการจะเข้ามาตรวจสอบหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการเงินหรือโครงการจัดอบรมทั้งหมด เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสาระสำคัญและป้องกันไม่ให้หนังสือถูกตีกลับจากผู้บริหารหรือกองคลัง
  • การประสานงานกับวิทยากร: เนื่องจากวิทยากรภายนอก (โดยเฉพาะอาจารย์มหาวิทยาลัย) มักไม่นิยมทำหนังสืออนุญาตจากต้นสังกัด สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์จึงมอบหมายภาระการติดตามเอกสารให้ "เจ้าของโครงการ" หรือผู้ที่เชิญวิทยากรโดยตรง เป็นผู้ประสานงานให้ครบถ้วนก่อนการเบิกจ่าย เนื่องจากคนเชิญเป็นคนที่รู้จักวิทยากรดีที่สุด

การจัดการเงินนอกงบประมาณ (สสส. และ UNICEF)

  • ข้อแนะนำ: สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ แนะนำให้ฝากเงินของ สสส. และ UNICEF ไว้ที่คลัง (ฝากคลัง) เนื่องจากหากหน่วยงานรับเงินมาเปิดบัญชีเอง จะต้องจัดทำรายงานให้กับแหล่งทุน (สสส.) และต้องทำเรื่องภาษี ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่การเงินเหนื่อยมาก
  • ทางเลือกการเบิกจ่าย: หากฝากคลัง สามารถเลือกได้ 2 ทาง คือ 1) ใช้ระเบียบการเบิกจ่ายของกรมคลัง หรือ 2) ใช้ระเบียบการเบิกจ่ายของ สสส. (หากระบุไว้ใน MOU) ซึ่งต้องยึดระเบียบใดระเบียบหนึ่งตลอดโครงการ คำแนะนำคือใช้ระเบียบของกรมคลัง เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

ข้อสรุป

          การประชุมได้สร้างแรงบันดาลใจ (inspire) ให้แก่ ส.ส่งเสริม ในการนำแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ของสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ไปปรับใช้ เพื่อให้งานอำนวยการของ สำนักส่งดสริมสุขภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความกังวลจากการตรวจสอบ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมอนามัย
เรามีสาระสุขภาพดีๆ
ส่งตรงถึงคุณ
ทุกวัน